jjiiiii
 
สารบัญ
Introduction
About us
กายวิภาคหน้าอก
คุณสมบัติผู้ที่จะผ่าตัด
การปรึกษาแพทย์
ถุงเต้านมเทียม
รูปร่างและผิว
การวัดขนาด
แผลผ่าตัด
ตำแหน่งของถุงเต้านม
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การผ่าตัด
หลังผ่าตัด
ปัญหาหลังผ่าตัด
การรับประกันของถุงเต้านม
การแก้ไขพังผืดหดรัด
การลดขนาดปานนมและหัวนม
การเพิ่มขนาดหัวนม
การเลือกขนาดยกทรง
การตกแต่งปานนม
การผ่าตัดยกกระชับเต้านม
การผ่าตัดแก้ไข
หน้าอกผิดปกติ
ผ่าตัดเสริมหน้าอกหลังตัดเต้านม
การนวดหลังผ่าตัด
Faq
Staffteam
Photogallery
Map
Webboard
การผ่าตัดแก้ไข
 โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขเต้านมมักทำในกรณีต่างๆ ดังนี้ คือต้องการเปลี่ยนขนาดถุงเต้านมต้องการให้เต้านมนิ่มและเป็นธรรมชาติมากขึ้นและการแก้ไขพังพืดหดรัดโดยทั่วไป ถุงเต้านมจะมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หลังจากเสริมหน้าอกในระยะเวลาดังกล่าว คนไข้อาจต้องการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนถุงซิลิโคนโดยอาจต้องการผ่าตัดด้วยเหตุผลต่างๆกัน

หลังการเสริมหน้าอกอาจมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้คนไข้บางคนไม่ชอบซึ่งมักต้องการการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
ได้แก่

  1. การเลื่อนของถุงเต้านม ( Bottoming out)
    การเลื่อนของถุงเต้านมลงล่างเกิดจากการที่ถุงเต้านมเลื่อนลงจากตำแหน่งใต้ราวนมเดิม ทำให้ตำแหน่งของหัวนมสูงขึ้นเมื่อเทียบกับฐานนมมักพบว่าเกิดจากการที่ไม่มีกล้ามเนื้อรองรับในกรณีที่วางถุงเต้านมไว้เหนือกล้ามเนื้อ ทำให้ส่วนที่รองรับเต้านมมีเพียงผิวหนังอย่างเดียว การเปิดช่องว่างส่วนใต้ราวนมมากเกินไปก็เป็นสาเหตุหน้าที่ทำให้เกิดการเลื่อนของถุงต่ำไปได้การเลื่อนของถุงบางครั้ง อาจเกิดขึ้นภายหลังผ่าตัด ระยะหลังในคนที่เปิดแผลราวนมหรือปานนมทำให้แผลราวนมเลื่อนขึ้นขณะที่ขอบล่างของ เต้านมถูกยืดและเลื่อนลงแยกจากผนังหน้าอก ทำให้ถุงซิลิโคนเลื่อนลงการเลื่อนของถุงพบน้อยในคนที่ทำถุงใต้กล้ามเนื้อทั้งหมดและไม่ได้ลงแผลที่หัวนมหรือราวนมเนื่องจากกล้ามเนื้อไม่ถูกตัด
    Sample Image
    การแก้ไข
    • ทำโดยขยายช่องแคปซูลด้านบนทำให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับถุงเต้านมให้เพียงพอพร้อมทั้งเย็บตำแหน่ง
      ขอบล่างใหม่โดยใช้ไหมที่ไม่ละลาย
    • อาจย้ายตำแหน่งของถุงเต้านมไปไว้ในระดับใต้กล้ามเนื้อถ้าตำแหน่งเดิมอยู่เหนือกล้ามเนื้อ
  2. เต้านมชิดกันเกินไป ( Symmastia )
    เกิดจากการที่ช่องว่างที่สร้างไว้สำหรับถุงซิลิโคน ติดต่อกันผ่านหน้ากระดูกหน้าอกทำให้ช่องที่ทั้ง 2 ช่องต่อกันสาเหตุมักเกิดจากการที่ต้องการทำให้ร่องอกมีความแคบมากที่สุดทำให้มีการแยกชั้นกล้ามเนื้อ และไขมันบริเวณกระดูกหน้าอก มากเกินไปทำให้ช่องว่างต่อกันถึง ในเฉพาะคนที่ผอมมากและเพราะในคนที่ผอมบางผิวหนังและไขมันที่กล้ามเนื้อหน้าอกมีน้อย ทำให้มีโอกาสจะฉีกขาดได้มากโดยจะเห็นได้ชัดกรณีที่ใช้ถุงเต้านมขนาดใหญ่มากปัญหานี้อาจเกิดได้ทั้งการเสริมเหนือกล้ามเนื้อและใต้กล้ามเนื้อ
    Sample Image
    การแก้ไข
    • ทำโดยผ่าตัดเปิดแผลบริเวณร่องอกออกและเย็บปิดผิวหนังเข้ากับกระดูกหน้าอกโดยใช้ไหมชนิดที่ละลายได้
    • กรณีที่เกิดกับการเสริมเหนือกล้ามเนื้ออาจแก้ไขโดยย้ายตำแหน่งถุงในตำแหน่งใต้กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อด้านในจะเป็นตัวป้องกันการเกิดเต้านมติดกัน
    • ถ้าถุงใส่ใต้กล้ามเนื้อ การแก้ไขต้องตัดแผลเป็นออกและเย็บขอบแผลกลางหน้าอกใช้ไหมไม่ละลายหลายตำแหน่งและลดความตึงของเต้านมโดย เปิดขยายช่องว่างออกด้านข้างได้มากขึ้นหรืออาจเปลี่ยนถุงซิลิโคนเป็นขนาดเล็กลง
    • หลังการผ่าตัดต้องใส่ยกทรงพิเศษ ( Thong bra ประมาณ 6-12 อาทิตย์)
      การป้องกัน
    • อย่าเลาะขยายเนื้อเยื่อกลางหน้าอกมากเกินไป
    หมายเหตุ ในคนที่มีรูปร่างผอมมากไม่ควรใส่ถุงเต้านมที่มีขนาดใหญ่เกินไปโดยเฉพาะไม่ควรเสริม
    เหนือกล้ามเนื้อ เพราะในคนที่ผอมจะมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย ทำให้หลังการเสริมหน้าอกเห็นขอบรอยต่อของถุง
    เต้านม และขอบนอกของผิวหนังเต้านมชัดเจน และถ้าเกิดพังพืดขึ้นจะทำให้มีโอกาสเห็นรอยพับของถุงเต้านมได้
    ชัดเจนขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใส่ถุงเต้านมขนาดใหญ่เกินไปและทำช่องว่างให้ใหญ่กว่าถุงเสมอและนวด
    หลังผ่าตัดเพื่อให้ช่องว่าง ที่มี ขนาดกว้างกว่าขนาดของถุงเต้านมเสมอ
  3. พังพืดหดรัด
    เกิดจากการที่พังพืดรอบถุงเต้านมหดรัดเล็กลงทำให้เกิดลักษณะเป็นก้อนแข็งขึ้นบริเวณเต้านม สาเหตุเชื่อว่า อาจ
    เกิดจากการที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอักเสบรอบๆถุงเต้านม และเกี่ยวข้องกับการมี
    น้ำเหลืองคั่งหรือการผ่าตัด ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่การมีเลือดคั่งหลังการผ่าตัด การสูบบุหรี่
    Sample Image
    การรักษาพังพืดหดรัดทำโดยการผ่าตัดเอาพังพืดออกบางส่วนรวมถึงขยายโพรงรอบๆถุงเต้านมให้กว้างขึ้น เพื่อให้โพรงมีขนาดใหญ่ขึ้น หลังผ่าตัด นวดเพื่อให้โพรงมีขนาดใหญ่กว่าถุงเต้านม

    การป้องกัน
    • ทำโดยใส่ถุงเต้านมไว้ใต้กล้ามเนื้อ
    • หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของแบคทีเรียโดยไม่ผ่าตัดผ่านเนื้อเต้านม
    • ในช่วงผ่าตัดล้างโพรงช่องว่างด้วยยาปฏิชีวนะ
  4. ถุงแฟบ
    ถุงน้ำเกลือ ถึงแม้ว่าจะมีคุณภาพดีขึ้นมากในปัจจุบันแต่อาจมีปัญหาการรั่วซึมได้ในประเทศอเมริกา ผู้ผลิตรับประกันการรั่วซึมถ้าเกิดขึ้น สามารถผ่าตัดเปลี่ยนถุงได้ฟรี แต่บริษัทจะจ่ายค่าผ่าตัด $1200 ใน 5 ปี แรกหลังจาก 5 ปีจะต้องเสียค่าผ่าตัดเอง

    สาเหตุของการรั่วได้แก่ 
    • ถุงที่มีผิวบางมีโอกาสรั่วน้อยกว่าถุงที่มีผิวหนา
    • ถุงผิวเรียบมีโอกาสพบน้อยกว่า
    • การเติมน้ำในถุงน้อยกว่าที่กำหนดทำให้แฟบได้มาก
    • การทำช่องว่างขนาดเล็กเกินไปสำหรับถุงเต้านมทำให้ถุงเต้านมมีการพับงอทำให้รั่วได้
    การแก้ไข
    • ทำโดยผ่าตัดเปลี่ยนถุงเต้านมพร้อมที่ขยายโพรงของเต้านมให้กว้างขึ้นพร้อมทั้งเอาพังพืดออก ถ้ามีพัง
      พืดหดรัดร่วมด้วย
    การป้องกัน
    • ใช้ถุงน้ำเกลือชนิดผิวเรียบจะมีโอกาสแฟบน้อยกว่าผิวทราย
    • เปิดช่องโพรงเต้านมให้กว้างกว่าถุงเต้านม
  5. การมองเห็นรอยพับงอ
    Sample Image
    การมองเห็นรอยพับงอมักพบในคนที่มีรูปร่างผอมมีผิวหนังและเนื้อหน้าอกน้อยโดยเฉพาะคนที่ใส่ถุงผิวทรายหรือผ่าตัดในระดับเหนือกล้ามเนื้อ รอยพับของถุงแบ่งเป็น 2 แบบ
    1. รอยพับของเปลือกถุงเองพบที่บริเวณของด้านนอกและด้านล่างของถุงโดยพบทั้งในถุงผิวทรายและผิวเรียบ
      โดยเฉพาะคนที่ผ่าตัดใส่ถุงเหนือกล้ามเนื้อ
    2. รอยพับจากการดึงรั้งพบเฉพาะในถุงผิวทรายจะมีการรั้งระหว่างพังพืดที่ผิวของซิลิโคนและบริเวณพังพืดรอบๆ ทำให้มีการดึงผิวหนังและไขมัน เข้าไปด้านในพังพืดชนิดนี้อาจดึงถุงเต้านมออกจากแนวกลางลำตัว ทำให้ร่องอก เห็นได้ไม่ชัด ( ปัญหาของการดึงรั้งแบบนี้ ทำให้บริษัทผลิตถุงเต้านมเป็นแบบทรายละเอียด Micro textured)
      ปัจจัยเสี่ยง
      • ถุงน้ำเกลือมีโอกาสเกิด รอยพับมากกว่าถุงgel เพราะน้ำเกลือและผิวของถุงมีความยืดหยุ่นแตกต่างกันการเติมน้ำให้มากขึ้น อาจช่วยลดปัญหาการพับงอของถุงได้บ้างแต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด
      • ถุงผิวทรายที่มีขนาดใหญ่มีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องคลำได้ขอบถุงหรือรอยพับของถุงได้มาก
      • การใส่ถุงในระดับเหนือกล้ามเนื้อทำให้มีโอกาสเห็นรอยพับได้ชัดเจนขึ้น
      การแก้ไข
      • ทำโดยการผ่าตัดเอาถุงผิวทรายออกพร้อมทั้งเอาพังพืดรอบๆออก
      • ย้ายตำแหน่งให้อยู่ใต้กล้ามเนื้อ
      • เปลี่ยนถุงเป็นถุงผิวเรียบโดยอาจเป็นถุงน้ำเกลือหรือถุงเจลก็ได้
      • เปิดโพรงช่องว่างให้กว้างกว่าถุงเต้านมเพื่อป้องกันการเกิดพังพืดแข็งถึงแม้จะไม่เป็นพังพืดหดรัด แต่ถ้าแคปซูลของพังพืดมีขนาดเล็กลงมากจะทำให้เต้านมไม่นิ่มเป็นธรรมชาติหรืออาจดึงรั้งให้เกิดรอยพับงอได้ง่าย
      การป้องกัน
      • ทำการผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อ
      • หลีกเลี่ยงในการใช้ถุงผิวทรายน้ำเกลือในคนที่มีรูปร่างผอมได้เฉพาะถ้าใส่เหนือกล้ามเนื้อ
      • หลีกเลี่ยงถุงที่มีขนาดใหญ่เกินไป
      • เปิดช่องว่างให้มีขนาดใหญ่กว่าถุงเต้านมเพื่อป้องกันการพับงอของถุง
  6. การคล้อยของหน้าอก
    บางครั้งถ้าไม่ได้ประเมินก่อนการผ่าตัดเรื่องการคล้อยของหน้าอก หลังการผ่าตัด อาจมีปัญหาเรื่อง
    อาการคล้อยให้เห็นชัดเจนขึ้นจำเป็นต้องแก้ไขโดยการผ่าตัดยกกระชับเต้านมภายหลังโดยเลือกเทคนิคตามการ
    คล้อยของเต้านมดังนี้
    เกรด 1 คล้อยเล็กน้อย - ยกหัวนมโดยผ่าเป็นรูปครึ่งวงกลมที่ขอบบนของปานนม
    เกรด 2 คล้อยน้อย - เทคนิคยกกระชับรูปโดนัท
    เกรด 3 คล้อยปานกลาง- เทคนิคที่มีแผลแนวตั้ง
    เกรด 4 คล้อยมาก - เทคนิคที่มีแผลเป็นรูปตัว ที
 

 Home      About Us      Breast Implant      Preop Care     Webboard      Contact Us

Copyright © 2007 TheBreastStory.com
ขอสงวนสิทธิ์ในการคัดลอกเนื้อหา หรือส่วนหนึ่งส่วนใดก่อนได้รับอนุญาติจากทางเว็บ
ijjiiii